| วิธีการชำระเงินและการจัดส่งสินค้า |
ตอบ สำหรับลูกค้าที่สะดวกเข้ามาซื้อสินค้าด้วยตัวเองที่ CLG500 Center ซอยลาดพร้าว 71 ก็สามารถมารับสินค้าและชำระเงินได้ตามปรกติ แต่ถ้าลูกค้าไม่สะดวกที่จะเดินทางมาและพักอาศัยใน กทม. ทางเราสามารถส่งสินค้าได้ 2 วิธีด้วยกัน
1.) ส่งสินค้าโดยใช้พนักงาน Messenger ของบริษัท กรณีนี้ี่ลูกค้าสามารถเลือกที่จะโอนเงินค่าสินค้าเข้ามาก่อน หรือเลือกชำระเงินโดยตรงกับพนักงาน Messenger ก็ได้
2.) หากคุณลูกค้าอยากให้ทางบริษัทจัดส่งสินค้าทางไปรษณีย์ (EMS) ซึ่งสามารถจัดส่งได้ทั้งในเขต กทม. และทุกจังหวัดภายในประเทศไทย กรณีนี้ลูกค้าจะต้องโอนเงินค่าสินค้าเข้าบัญชีที่ระบุไว้ในเว็บไซต์ก่อน (รายละเอียดเลขที่บัญชี/รายละเอียดเพิ่มเติมโปรดดูหน้าติดต่อเรา) เมื่อทำการโอนเสร็จสิ้นแล้ว ช่วยโทรศัพท์มาแจ้งที่ Call Center หรือส่ง sms แจ้งชื่อ-ที่อยู่มาให้ เมื่อทางเราตรวจสอบว่าโอนถูกต้องแล้ว ทางเราจะดำเนินการจัดส่งสินค้าให้ทันที หรือภายใน 24 ชั่วโมง ทางบริษัทคิดค่าบริการจัดส่งสินค้าทาง EMS นี้เพียง 50 บาทเท่านั้น
3.) และเมื่อเร็วๆนี้ CLG500 ได้เพิ่มช่องทางการชำระสินค้าเพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้าทุกท่าน ทางบริษัทขอแนะนำ บริการพัสดุเก็บเงินปลายทาง (พ.ก.ง.) โดยที่ลูกค้าสามารถชำระเงินเพื่อรับสินค้าพร้อมค่าจัดส่งเพียง 100 บาทในวันรับของ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ โดยสามารถจัดส่งได้ทั้งในเขตกทม.และทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย
|
| top |
|
| ใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะเห็นผล |
ตอบ เรื่องของระยะเวลาน่าจะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลค่ะ ลูกค้าบบางท่านเห็นผลได้ตั้งแต่อาทิตย์แรก แต่บางท่านอาจใช้เวลา 2-3 อาทิตย์ เพราะขึ้นอยู่กับสภาพผิวและสุขภาพของลูกค้าแต่ละท่าน แต่จากการสังเกตท่านที่กิน คอลลเจนเป็ปไทด์ CLG500 ร่วมกับวิตามินซี จะสามารถเห็นผลได้ดีและเร็วยิ่งขึ้น |
| top |
|
| ควรรับประทานคอลลาเจนเป็ปไทด์ CLG 500 เวลาไหนและรับประทานอย่างไร |
ตอบ จากผลของการวิจัย แนะนำว่าควรรับประทานคอลลาเจนเป็ปไทด์ CLG500 ร่วมกับวิตามินซีขณะท้องว่าง ก่อนนอนเพียงครั้งเดียวต่อวันค่ะ วิตามินซีจะช่วยการดูดซึมคอลลาเจนให้กับร่างกาย และเวลานอนหลับเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ดังนั้นการรับประทานคอลลาเจนเป็ปไทด์ CLG500 ก่อนนอนจึงเป็นเวลาที่ดีที่สุดและควรรับประทานอย่างต่อเนื่องค่ะ |
| top |
|
| CLG500 มีมาตรฐานอย่างไรบ้าง |
ตอบ CLG500 ของเราได้รับการันตีคุณภาพ ได้ผ่านกรรมวิธีการผลิตที่ทันสมัย ซึ่งเป็นที่ยอมรับในประเทศญี่ปุ่น และได้มาตรฐานระดับสากลISO9001:2000และGMPซึ่งเป็นมาตรฐานสูงสุดในการผลิตยาอีกทั้งได้ผ่านการตรวจ
สอบขององค์การอาหารและยา (อย.) ของไทย ดังนั้นลูกค้าจึงมั่นใจในคุณภาพของ คอลลาเจนเป็ปไทด์ CLG500 ได้ค่ะ |
| top |
|
| การรับประทานดีกว่าการฉีดอย่างไร |
ตอบ แน่นอนค่ะข้อเสียอย่างแรกของการฉีดคอลลาเจนเข้าสู่ร่างกายก็คือ ต้องเจ็บตัวและค่าใช้จ่ายสูงกว่า แต่ข้อดีก็คือ ลูกค้าที่มีปัญหาเรื่องริ้วรอยสามารถเห็นผลได้ทันที หากได้รับการฉีดคอลลาเจน โดยแพทย์ที่มีความชำนาญแต่สารที่ฉีดเข้าไปก็ไม่สามารถอยู่กับเราได้ตลอดไปนะคะ ลูกค้าต้องกลับไปฉีดทุก 4-6 เดือน และขอเน้นนะคะว่า ต้องเป็นแพทย์ที่มีความชำนาญและมีประสบการณ์จริงๆ เพราะการฉีดมีความเสี่ยงคะ เพื่อนๆ คงรู้ดีอยู่แล้ว ในขณะที่การรับประทานเป็นการค่อยๆ ทำให้ร่างกายกลับมาผลิตสารคอลลาเจนให้กับร่างกาย เป็นกระบวนการทำให้ดีจากภายในค่ะ ไม่เจ็บตัว และไม่ต้องขึ้นอยู่กับความชำนาญของแพทย์
การรับประทานไม่เพียงแต่ทำให้สุขภาพผิวดีขึ้นเท่านั้น แต่มีส่วนช่วยเรื่องสุขภาพร่างกายด้วย ซึ่งการฉีดตามปรกติไม่สามารถให้ได้ เพื่อนๆ คงทราบดีอยู่แล้วว่าการรับประทานคอลลาเจนเป็ปไทด์ CLG500 มีส่วนช่วยให้กระดูกมีความเหนียวคงทนและแข็งแรงขึ้น ซึ่งเหมาะกับผู้หญิงอย่างเราๆ มากค่ะ อีกทั้งยังช่วยสมานแผลและบรรเทาโรคข้อต่างๆ ได้ เช่น Osteoarthitis และ Osteoporosis |
| top |
|
|
|